0
(0)

ตามที่ได้เคยเรียนมาตั้งแต่สมัยยังเด็ๆ คำนาม คือ คำที่ใช้เรียกชื่อคน สัตว์ สิ่งของ รวมถึงคำนามที่นับได้ (Countable Nouns) มีรูปร่าง เช่น เก้าอี้ (chair) โต๊ะ (table) เป็นต้น ส่วนคำนามที่นับไม่ได้ (Uncountable Nouns) ไม่มีรูปร่าง เช่น น้ำ (water) อากาศ (air) กาแฟ (coffee) น้ำแข็ง (ice) นม (milk) เป็นต้น

คำนามนับได้ ที่เป็นชิ้นเดียว เรียกว่า คำนามเอกพจน์ (Singular nouns)

คำนามหลายชิ้น หลายอัน เรียกว่า คำนามพหูพจน์ (Plural nouns) ส่วนการจะเปลี่ยนคำจากเอกพจน์ เป็นพหูพจน์ นั้น จะมีหลักการเปลี่ยนที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่ก็มีแนวทางในการจดจำดังต่อไปนี้

  • เติม “s”
    ตัวอย่าง Boy -> Boys, Cat -> Cats, Window -> Windows
  • เติม “es”
    ตัวอย่าง Brush -> Brushes (แปรง) Bus -> Buses (รถประจำทาง)
  • ลงท้าย “y”
    ถ้าตัวอักษรหน้า “y” ไม่ใช่สระให้เปลี่ยน “y” เป็น “i” และเติม “es” ที่เหลือใส่ s ได้
    ตัวอย่าง Baby -> Babies (เด็กทารก) Story -> Stories (เรื่องราว)
  • ลงท้าย “o”
    บางคำก็เติม “s” ได้เลย บางคำก็ต้องเติม “es” ไม่มีหลักตายตัว (ต้องอาศัยความจำ)
    ตัวอย่าง Zoo -> Zoos (สวนสัตว์) Hero -> Heroes (วีรบุรุษ)
  • ลงท้าย “f” หรือ “fe”
    ก่อนเปลี่ยนเป็นพหูพจน์ ให้เปลี่ยน f / fe เป็น “v” และตามด้วย “es”
    ตัวอย่าง Leaf -> Leaves (ใบไม้ ), Wife -> Wives (ภรรยา)
  • เปลี่ยนรูปไปเลย
    ตัวอย่าง Man -> Men (ผู้ชาย), Woman -> Women (ผู้หญิง)
  • เป็นได้ทั้งเอกพจน์ และพหูพจน์
    ตัวอย่าง Fish -> Fish (ปลา), Deer -> Deer (กวาง)
  • คำนามที่เป็นพหูพจน์เสมอ
    ตัวอย่าง Trousers (กางเกงขายาว), Noodles (ก๋วยเตี๋ยว)

How useful was this post?

Click on a star to rate it!

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

No votes so far! Be the first to rate this post.